ตอนที่ 46 – แตกคอ

อำมาตย์ 1 : ข้าว่าเราปราบปรามพวกไพร่อุปถัมภ์ไงก็ไม่สิ้นซากหรอก ตอนนี้มันแตกกระเจิงก็จริงแต่ข้าว่าอีกหน่อยมันก็รวมตัวกันกลับมาอีก

อำมาตย์ 2 : ถ้ามันกลับมาประท้วงที่พระนครอีกพวกเราก็ปราบมันอีก จะยากอะไร

อำมาตย์ 3 : ปราบพวกมันทีฝรั่งก็เทหุ้นขายกันที ไพร่พาณิชย์ก็ร้อนใจหาว่าพวกเราไม่มีฝีมือ ไพร่พาณิชย์อาจจะหยุดทำบุญกะพวกเรานะท่าน รอบนี้ไพร่พาณิชย์ก็ร่ำๆจะให้ข้าใช้ไม้อ่อนกะพวกมัน

อำมาตย์ 1 : ไม้อ่อนยังไง

อำมาตย์ 3 : ไพร่พาณิชย์อาสาจะลงขันแจกเงินจ้างให้พวกมันกลับบ้านนอกไป

อำมาตย์ 1 : ไม่เลวนะท่าน ที่พวกมันมาประท้วงก็เพื่อเรียกร้องให้ลดภาษี ถ้าพวกมันได้เงินติดไม้ติดมือกลับไปบ้างคงไม่ย้อนกลับมาประท้วง

อำมาตย์ 2 : เรื่องอะไรต้องเอาใจพวกมัน ถ้าไพร่พาณิชย์อยากลงขันทำบุญก็เอามาให้พวกเราสิเพราะพวกเราเป็นฝ่ายลงแรงปราบปรามพวกมัน

อำมาตย์ 1 : ข้าว่า่ท่านประเมินพวกมันต่ำไป เดี๋ยวนี้มีเฟซบุ๊คมีทวิตเตอร์ทำให้พวกมันติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก ปราบปรามด้วยอาวุธยังไงเครือข่ายพวกมันก็ไม่สิ้นซาก

อำมาตย์ 3 : ข้าเห็นด้วย ข้าไปปรึกษาสภาพาณิชย์ดีกว่า

ตอนที่ 45 – แตกตื่น

ไพร่พาณิชย์ : ท่านเจ้่าคุณ ท่านปิดประตูตีแมวเงียบๆได้ไหม ฝรั่งมันเทขายหุ้นกันจนหุ้นข้าตกพรวดพราด

อำมาตย์ : อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ข้าจัดการปราบปรามพวกไพร่อุปถัมภ์ให้เรียบร้อยเมื่อไรหุ้นก็ขึ้นเอง ไงหุ้นท่านกะหุ้นข้าก็ขึ้นลงพร้อมกันอยู่แล้ว

ไพร่พาณิชย์ : เมื่อไรจะเรียบร้อยล่ะท่าน มัวชักช้าจะไม่ใช่แค่หุ้นตก ฝรั่งที่ี่่ว่าจะร่วมทุนทำโรงแรมชายทะเลด้วยกันจะถอนตัวนะท่าน

อำมาตย์ : ข้ารู้ โรงแรมท่านคนเดียวที่ไหน ข้าก็ร่วมทุนอยู่ด้วย ไงข้าไม่ให้โครงการเราโดนระงับแน่นอน

ไพร่พาณิชย์ : ท่านทำไงก็ได้ให้พระนครสงบเร็วๆแล้วกัน หรือว่าพวกเราจะลงขันกันออกเงินจ้างให้พวกไพร่อุปถัมภ์มันกลับบ้านนอกไป

อำมาตย์ : อย่าเลย ทำแบบนั้นพวกมันจะเคยตัว ปรามปรามให้เด็ดขาดดีกว่า

ไพร่พาณิชย์ : ท่านปราบพวกมันสองรอบแล้ว ท่านแน่ใจหรือว่าจะไม่มีรอบสาม

อำมาตย์ : รอบนี้ข้าเอาจริง ข้าจะจัดการพวกมันให้สิ้นซากไม่งั้นข้าตายตาไม่หลับ

ไพร่พาณิชย์ : ข้าหวังว่าพวกมันจะสิ้นซากก่อนท่านจะหมดวาระ

ตอนที่ 44 – แตกแยก

ไพร่อุปถัมภ์ : พี่น้องไพร่ตายเป็นร้อยเ็จ็บเป็นพัน ข้าต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้พี่น้องที่ตายไป

ไพร่พระนคร : เมื่อไรพวกเอ็งจะกลับไปบ้านนอกกันซะที ข้าอยากให้พระนครสงบสุขแบบแต่ก่อน ข้าจะได้ไปดูหนังฟังเพลงให้สบายใจ

ไพร่อุปถัมภ์ : คนชาติเดียวกันโดนฆ่าตายกลางพระนครกันเป็นเบือ เอ็งยังมีอารมณ์ดูหนังฟังเพลงอีกหรือวะ

ไพร่พระนคร : เกี่ยวอะไรกะข้า ข้าอยู่ในพระนครของข้าดีๆ พวกเอ็งนั่นแหละเข้ามาก่อกบฏทำไม สมควรแล้วที่ทางการจะปราบปรามพวกเอ็งขั้นเด็ดขาด

ไพร่อุปถัมภ์ : เอ็งเอาอะไรมาพูดว่าพวกข้าเป็นกบฎ

ไพร่พระนคร : ก็พวกเอ็งเอาอาวุธสงครามเข้ามาในพระนคร

ไพร่อุปถัมภ์ : ถ้าพวกข้ามีอาวุธสงครามจริงจะตายกันเป็นเบือขนาดนี้ได้ไง

ไพร่พระนคร : ทางการมีอาวุธมากกว่าพวกเ็อ็งน่ะสิพวกเอ็งถึงได้ตายกัน

ไพร่อุปถัมภ์ : อย่ากล่าวหาพวกข้าลอยๆสิวะ เอ็งมีหลักฐานอะไร ข้าถึงต้องเรียกร้องความยุติธรรม ต้องไต่สวนหาหลักฐานกันให้กระจ่าง

ไพร่พระนคร : เอางั้นก็ได้ แต่พวกเอ็งกลับบ้านนอกไปก่อน ปล่อยให้อำมาตย์จัดการไต่สวนไป

ไพร่อุปถัมภ์ : ได้ไง แบบนั้นก็ฟังความข้างเดียวนี่หว่า

ไพร่พระนคร : พวกเอ็งกลับบ้านนอกไปก่อนเถอะ ถ้าพวกเอ็งอยู่ที่พระนครต่อก็รังแต่จะสร้างความวุ่นวาย ข้าอยากพาลูกไปกินโดนัทคริสปี้ครีมใจจะขาด

ไพร่อุปถัมภ์ : ถ้างั้นพวกเอ็งก็หดหัวอยู่ในพระนคร อย่าเดินทางมาเที่ยวรีสอร์ทตามบ้านนอกแล้วกัน ไม่งั้นจะได้เห็นดีกัน

ตอนที่ 43 – แตกแถว

ไพร่สละชีพ 1 : เมื่อคืนข้านอนไม่หลับว่ะ งีบไปพักนึงแล้วข้าฝันเห็นตอนที่พวกเราปราบปรามพวกไพร่อุปถัมภ์ ข้าได้กลิ่นคาวเลือดไปถึงในฝัน ข้าสะดุ้งตื่นแล้วเลยหลับตาไม่ลง

ไพร่สละชีพ 2 : ข้าก็หลับๆตื่นๆ ข้าไม่เคยเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาเยอะแบบนี้มาก่อน

ไพร่สละชีพ 3 : พวกเอ็งมันไก่อ่อน แค่ปราบปรามไพร่อุปถัมภ์นิดหน่อยก็ปอดแหกขนาดเก็บไปฝันเลยรึ

ไพร่สละชีพ 4 : ขี้ขลาดแบบนี้ถ้าเอ็งไปรบภาคใต้เอ็งตายสถานเดียว

ไพร่สละชีพ 1 : ให้ข้าไปรบภาคใต้ยังจะดีกว่าหันปืนใส่ไพร่ด้วยกันกลางพระนคร อย่างน้อยศึกภาคใต้ยังเกี่ยวกับปัญหาดินแดน ถ้าไปรบภาคใต้ข้าก็ทำใจได้ว่าข้าปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ไพร่สละชีพ 2 : ไพร่อุปถัมภ์ที่ล้มตายไปบางคนก็เป็นคนบ้านเดียวกะข้า อีกไม่กี่เดือนข้าก็จะปลดประจำการ ต้องกลับไปสู้หน้าญาติพี่น้องพวกมันที่บ้านนอกอีก

ไพร่สละชีพ 3 : พวกมันจะทำอะไรเอ็งได้ อาวุธพวกมันก็กิ๊กก๊อก เอ็งจะกลัวมันทำไม

ไพร่สละชีพ 4 : นั่นน่ะสิ เอ็งก็เห็นกะตาแล้วว่าพวกมันโดนพวกเราปราบปรามกันเละเทะ ไม่เห็นต้องกลัว

ไพร่สละชีพ 2 : อ้าว ก็ตอนนั้นพวกเรามีรถถังมีอาวุธครบมือแถมยกกันไปเป็นกองพันนี่หว่า อีกหน่อยข้าปลดประจำการกลับไปบ้านนอกก็หัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่ให้กลัวได้ไงวะ

ไพร่สละชีพ 1 : ข้าไม่ต้องกลับไปเจอหน้าญาติพี่น้องพวกมันที่บ้านนอกแต่ข้าก็นอนไม่หลับอยู่ดี พวกเรารู้อยู่แก่ใจว่าเราใช้อาวุธสงครามกับคนไม่มีทางสู้ คนชาติเดียวกันแท้ๆ

ไพร่สละชีพ 3 : ก็พวกมันเป็นกบฎนี่หว่า

ไพร่สละชีพ 1 : ข้าไม่คิดงั้น ถ้าพวกมันเป็นกบฎจริงก็ต้องมีอาวุธสงคราม ถ้าเป็นกบฎจริงมันจะยอมเป็นเป้านิ่งให้พวกเรายิงรึ

ไพร่สละชีพ 2 : หรือว่าพวกเราโดนหลอก

ตอนที่ 42 – กระชับพื้นที่


[ไพร่สละชีพเคลื่อนรถถัง รถเกราะ และกระจายสไนเปอร์ไปรอบๆที่ชุมนุมของไพร่อุปถัมภ์]

ไพร่พระนคร : ข้าว่าพวกเอ็งกลับบ้านนอกไปได้แล้ว พวกเอ็งกีดขวางทางสัญจรของพวกข้ามานานแล้ว คนทำมาค้าขายแถวนี้จะได้ทำิกินได้แบบแต่ก่อน พวกข้าอายนักท่องเที่ยวจริงๆ พวกเอ็งทำขายหน้าประเทศเรา

ไพร่อุปถัมภ์ : พวกเอ็งก็พูดเอาแต่ได้ ที่พวกเอ็งมีถนนหนทางสวยงามก็มาจากภาษีพวกข้าด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่มที่พวกข้าจ่ายให้หลวงเป็นรายได้หลักของสรรพากร พวกเอ็งสบายอยู่เมืองหลวงแล้วจะไม่รับฟังความทุกข์ยากของพวกข้าเลยหรือ

ไพร่พระนคร : อำมาตย์ก็สร้างถนน สร้างเขื่อน สร้างโรงพยาบาลตามหัวเมืองให้พวกเอ็งแล้วไง มหาวิทยาลัยหัวเืมืองก็มี แล้วพวกเอ็งจะเอาอะไรอีก

ไพร่อุปถัมภ์ : ถ้าแค่นั้นพอแล้วญาติพี่น้องพวกข้าก็ไม่ต้องเข้ามารับจ้างในพระนคร ต้องซุกหัวอยู่บ้านเช่าแคบๆดมน้ำครำแบบนี้ เ็จ็บป่วยก็ต้องรอความปราณีจากหมอกะพยาบาล กว่าจะได้รักษาก็อาการปางตาย

ไพร่พระนคร : ข้าอยู่พระนครก็ไม่ได้สบาย ต้องรับใช้ท่านอำมาตย์ พวกข้าก็ทำเพื่อชาติ ไม่ได้เห็นแก่ตัวอย่างพวกเอ็ง

ไพร่อุปถัมภ์ : เอ็งเห็นแก่ตัวแล้วไม่ยอมรับ ที่เอ็งมาขอให้พวกข้ากลับบ้านนอกก็เพื่อพวกเอ็ง ไม่ใช่เพื่อชาตินี่หว่า

ไพร่พระนคร : ถ้าเอ็งคิดแบบนี้ข้า็ไม่อยากพูดด้วยแล้ว ให้ไพร่สละชีพสั่งสอนพวกเอ็งให้เข็ดหลาบดีกว่า

ไพร่อุปถัมภ์ : เอ็งคิดหรือว่าพวกเอ็งจะฆ่าพวกข้าให้สิ้นซากได้ เอ็งคิดหรือว่าพวกเอ็งจะนอนหลับสบายหลังจากที่เลือดนองพระนคร

ไพร่พระนคร : ไพร่สละชีพมีอาวุธมากมาย พวกเอ็งไม่มีวันชนะ

[ไพร่สละชีพยิงกระสุนใส่ไพร่อุปถัมภ์ สไนเปอร์ปฎิบัติการสังหารไพร่อุปถัมภ์อย่างเด็ดขาด]

ตอนที่ 41 – คนบาป

ไพร่สละชีพ : พวกเอ็งมาชุมนุมปิดกั้นถนนกันนานแล้ว กีดขวางทางจราจรและรบกวนคนทำมาค้าขาย พวกเอ็งน่าจะกลับไปบ้านนอกกันได้แล้ว

ไพร่อุปถัมภ์ : ถ้าพวกข้าไม่กีดขวางทางจราจร อำมาตย์จะยอมเจรจากะพวกข้าหรือ พวกข้าเป็นทุกข์เพราะข้าวยากหมากแพง เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่ีมีใครเหลียวแล พวกข้าก็ต้องเรียกร้องสิทธิแบบนี้

ไพร่สละชีพ : เอ็งทำแบบนี้เป็นการเบียดเบียนไพร่พระนครที่ต้องสัญจรไปมา พระท่านต้องบิณฑบาตทุกเช้า พวกเอ็งขัดขวางท่านก็เท่ากับทำบาป ข้าจะบอกให้เอาบุญ

ไพร่อุปถัมภ์ : ข้าไม่ได้ห้ามพระท่านบิณฑบาต ท่านก็ผ่านมาทางนี้ทุกวัน พวกเราทีนี่ก็ได้อาศัยทำบุญกะท่านด้วย

ไพร่สละชีพ : แต่เอ็งกีดขวางทางจราจร รถพยาบาลจะรับส่งคนป่วยคนชราก็ติดขัด ไหนจะพระผู้ใหญ่ที่ชราภาพ เจ็บป่วยฉุกเฉินจะเดินทางไปโรงพยาบาลก็มาติดขัดที่พวกเอ็ง ท่านเป็นอะไรไปบาปจะกินหัวพวกเอ็ง

ไพร่อุปถัมภ์ : พวกข้าไม่เคยกีดขวางทางคนป่วยหรือรถพยาบาล พวกเอ็งอย่าใส่ความกันมั่วซั่ว

ไพร่สละชีพ : ข้าขอเตือนพวกเอ็งให้สลายตัวกลับไปบ้านนอกเร็วๆนี้ ไม่งั้นหลวงก็ต้องปราบปรามพวกเอ็ง จะบาดเจ็บล้มตายกันไปเปล่าๆ

ไพร่อุปถัมภ์ : ถ้าพวกเอ็งไม่ยิง พวกข้าจะบาดเจ็บล้มตายได้ยังไง บาปกรรมก็อยู่กะพวกเอ็งนั่นแหละ

ไพร่สละชีพ : พวกเอ็งเป็นคนบาป ถ้าพวกข้ากำจัดพวกเอ็งพวกข้าก็ได้บุญ

ไพร่อุปถัมภ์ : เอ็งเอาอะไรมาตัดสินว่าพวกข้าเป็นคนบาป พวกข้าไม่ไ้ด้ฆ่าใคร พระท่านสัญจรไปมาพวกข้าก็ไม่เคยขัดขวาง พวกเอ็งต่างหากที่ขู่จะเอาชีวิตพวกข้า พวกเอ็งฆ่าพวกข้าเมื่อไรพวกเอ็งก็เป็นคนบาป

ไพร่สละชีพ : ข้าขี้เกียจจะพูดกะเอ็งแล้ว คนทำเพื่อชาติอย่างพวกข้ายังไงก็ได้บุญ แม้ว่าจะต้องฆ่าคนพวกข้าก็ฆ่าคนเพื่อชาติ

ตอนที่ 40 – แต่งทัพ

อำมาตย์ : เอ็งว่าไงนะ

ไพร่รับใช้ : พวกไพร่อุปถัมภ์มันชุมนุมกันอีกแล้วขอรับ มืดฟ้ามัวดินเลยขอรับ

อำมาตย์ : ไหนเอ็งว่าพวกเอ็งจัดการได้ไง แล้วทำไมมันยังไม่เลิกประท้วงกันอีก

ไพร่รับใช้ : กระผมสั่งสอนมันแล้วนะขอรับ คราวที่แล้วพวกมันก็เจ็บหนักใ้ช้ัได้ ทางฝ่ายกระผมก็เจ็บตัวบ้างแต่ไม่ปางตายอย่างพวกมัน คิดว่าพวกมันจะหลาบจำ ที่ไหนได้ มันไปเรียกพรรคพวกมาจากบ้านนอกอีก

อำมาตย์ : เอ็งไปรวบรวมพวกเอ็งให้เร็วที่สุด พร้อมเมื่อไรมารายงานข้า ข้าจะนัดแนะให้ไพร่สละชีพไปสมทบกะพวกเอ็งที่ลานชุมนุม

ไพร่รับใช้ : ท่านจะให้ไพร่สละชีพจัดการแล้วทำไมต้องให้กระผมรวบรวมพรรคพวกขอรับ ให้ไพร่สละชีพไปเดี๋ยวนี้ไม่ได้หรือขอรับ

อำมาตย์ : ไพร่สละชีพออกไปทีไรก็ขับรถถังกันเอิกเกริกทุกที เดี๋ยวพวกไพร่อุปถัมภ์จะพากันมาสกัดรถถังจนไปไม่ถึงลานชุมนุม ข้าส่งพวกเอ็งไปก่อนดีกว่า ให้พวกมันตายใจแล้วค่อยให้ไพร่สละชีพจัดการขั้นเด็ดขาด

ไพร่รับใช้ : อืม แบบนี้จะดีหรือขอรับ คราวนี้พวกมันชุมนุมมืดฟ้ามัวดิน ถ้าไพร่สละชีพมาช้าพวกกระผมก็น่วมสิท่าน

อำมาตย์ : คราวนี้ข้าต้องวางแผนให้รัดกุม ถ้ารอบนี้ปราบพวกมันไม่สำเร็จ ข้าคงต้องขายโรงไฟฟ้าเอาเงินมาทำสวัสดิการรักษาพยาบาลพวกมัน เอ็งจะเอาแบบนั้นไหมล่ะ

ไพร่รับใช้ : ไม่เอาขอรับ เอาตามแผนท่านขอรับ