ตอนที่ 39 – ตะลุมบอน

[ไพร่อุปถัมภ์ชุมนุมกันที่ลานหน้าพระนคร]

ไพร่อุปถัมภ์ : พวกเรามาชุมนุมวันนี้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม พวกเราต้องการสวัสดิการรักษาพยา่บาลเหมือนไพร่รับใช้

[ขบวนไพร่รับใช้เพิ่งมาถึง]

ไพร่รับใช้ : พวกข้าอ่านออกเขียนได้ ทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองมากกว่าพวกเอ็ง เอ็งขอสวัสดิการอย่างพวกข้าไม่ได้

ไพร่อุปถัมภ์ : ไม่จริง พวกข้าอ่านออกเขียนได้เหมือนกัน เป็นเสมียนกันไม่น้อย พวกที่ไม่ได้เรียนก็ทำไร่ทำนาเอาผลผลิตมาเลี้ยงพวกเอ็ง ไม่มีพวกข้าพวกเอ็งก็อดตาย

ไพร่รับใช้ : พวกข้าช่วยพัฒนาบ้านเมืองมากกว่าพวกเอ็ง ไม่มีพวกข้าพวกเอ็งก็ไม่มีไฟฟ้าประปา ไหนจะโทรศัพท์กะทีวีอีก

ไพร่อุปถัมภ์ : เรื่องเล็ก ไม่มีพวกเอ็งพวกข้าก็จัดการเองได้ แค่เอาภาษีนำเข้าเครื่องจักรจากเมืองฝรั่งบ้าง เรียกฝรั่งเข้ามาลงทุนบ้าง จ้างที่ปรึกษาฝรั่งก็ได้ ทำไมพวกข้าจะทำอย่างพวกเอ็งไม่ได้

ไพร่รับใช้ : น้ำหน้าอย่างพวกเอ็งน่ะเหรอฝรั่งจะเอาด้วย พวกเอ็งพูดภาษาฝรั่งไม่เป็น เมืองนอกเมืองนาพวกเอ็งก็ไม่เคยไป

ไพร่อุปถัมภ์ : อย่าดูถูกพวกข้า พวกข้าเรียนภาษาฝรั่งจากมิชชันนารี ไม่ต้องไปเรียนเมืองนอกให้เปลือง

ไพร่รับใช้ : เรื่องของเอ็ง ยังไงก็อย่าก่อความไม่สงบให้บ้านเมือง ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ อำมาตย์จะเอาเงินที่ไหนมาให้พวกเอ็งเป็นค่ารักษาพยาบาล

ไพร่อุปถัมภ์ : ก็บอกให้โรงพยาบาลรักษาพวกเราฟรีๆเหมือนพวกเอ็งบ้างสิ

ไพร่รับใช้ : เอ็งพูดเอาแต่ได้ หยูกยาไม่ใช่ของฟรี โรงพยาบาลจะเอามาแจกเอ็งได้ไง

ไพร่อุปถัมภ์ : อำมาตย์ก็หยุดซื้ออาวุธแล้วเอาเงินซื้อยาให้โรงพยาบาลสิ ประเทศเราไม่ได้มีศึกสงคราม จะสะสมอาวุธอะไรกันนักหนา

ไพร่รับใช้ : พวกเอ็งอย่าสามหาวให้มากนัก อำมาตย์จะซื้ออาวุธอะไรยังไงก็เป็นเืรื่องของท่าน บ่าวอย่างพวกเราไม่เกี่ยว

ไพร่อุปถัมภ์ : พวกข้าไม่ใช่บ่าว เอางี้ ข้าฝากไปบอกนายเอ็งว่าถ้าไม่เห็นใจพวกข้า พวกข้าจะประท้วงตรงนี้อีกหลายวัน

ไพร่รับใช้ : พวกเอ็งไม่มีวันชนะ กลับบ้านไปซะ ไม่งั้นพวกเอ็งจะโดนจับฐานกบฎ

ไพร่อุปถัมภ์ : พวกข้าไม่กลับ พวกเอ็งนั่นแหละุถอยไป

[ไพร่รับใช้และไพร่อุปถัมภ์ประจันหน้าและชกต่อยกัน]

Advertisements

ตอนที่ 38 – รัฐสวัสดิการ

ไพร่อุปถัมภ์: ข้าถามหน่อย พวกเอ็งไม่เบื่อหรือวะ วันๆต้องรับใช้อำมาตย์ วันดีคืนดีโดนส่งไปตายฟรีที่ภาคใต้อีก

ไพร่สละชีพ: ไม่ทำตามอำมาตย์สั่งแล้วเอ็งจะให้ข้าไปทำอะไรกิน ความรู้ข้าก็ไม่มี ไปทำงานโรงงานแบบพวกเอ็งก็ไม่ได้สวัสดิการ อยู่กองทัพยังได้เบี้ยเลี้ยง โดนส่งไปตายภาคใต้ก็ถือว่าใช้กรรม ถือซะว่าทำเพื่อชาติบ้านเมือง ผลบุญจะส่งให้ข้าสบายในชาติหน้า

ไพร่อุปถัมภ์: ถ้าเอ็งไปภาคใต้แล้วแขนขาขาด ไม่ได้ไปเกิดเร็วๆ เอ็งทำไงล่ะ

ไพร่สละชีพ: หลวงก็มีเบี้ยเลี้ยงให้

ไพร่อุปถัมภ์: เอ็งแน่ใจเหรอว่าหลวงจะเลี้ยงเอ็งไปจนตาย

ไพร่สละชีพ: ข้าไม่รู้ เอ็งอย่าถามมาก คนยิ่งกลัวๆอยู่

ไพร่อุปถัมภ์: เราคนบ้านเดียวกัน ถามหน่อยจะเป็นไร

ไพร่สละชีพ: เอ็งคุยเรื่องอื่นสิวะ เรื่องโดนส่งไปภาคใต้นี่ข้าสวดมนต์ไหว้พระอยู่ทุกคืน

ไพร่อุปถัมภ์: เอ็งลาออกมาทำงานโรงงานกะพวกข้าซะก็หมดเรื่อง ได้เงินน้อยหน่อย แต่กลับบ้านได้กอดเมียสบายใจทุกวัน ไม่ต้องกลัวพิการให้เมียเลี้ยง

ไพร่สละชีพ: ข้าเห็นเอ็งทะเลาะกะเมียทุกทีเวลาชักหน้าไม่ถึงหลัง

ไพร่อุปถัมภ์: เอ็งไม่รู้อะไร อีกหน่อยพวกข้าก็จะมีสวัสดิการเหมือนพวกเอ็ง

ไพร่สละชีพ: ไอ้ขี้โม้

ไพร่อุปถัมภ์: ข้าบอกให้ก็ได้ พวกข้าจะชุมนุมใหญ่เร็วๆนี้ อำมาตย์ไม่ลดภาษีพวกข้าก็ขอค่ารักษาพยาบาลแทน

ไพร่สละชีพ: คราวที่แล้วล้มตายกันเป็นเบือ พวกเอ็งยังไ่ม่เข็ดอีก

ไพร่อุปถัมภ์: คราวนี้เอ็งก็บอกพวกที่กองทัพว่าอย่ายิงซิวะ พ่อแม่เอ็งจะมาชุมนุมด้วยนะข้าจะบอกให้

ไพร่สละชีพ: เอ็งพาพ่อแม่ข้ามายุ่งทำไม

ไพร่อุปถัมภ์: ข้าไม่ได้พามา พ่อแม่เอ็งมากันเอง พ่อแม่เอ็งลำบากอยู่บ้านนอกเอ็งไม่ดูแล

ไพร่สละชีพ: แค่เลี้ยงลูกเมียข้าก็แย่แล้ว

ไพร่อุปถัมภ์: ถ้าเอ็งจะไปหาพ่อแม่ก็บอกข้าแล้วกัน ตอนนี้พ่อแม่เอ็งพักอยู่ที่วัดนอกพระนคร ข้าจะพาไป

ตอนที่ 37 – อุปถัมภ์ไพร่

อำมาตย์: พวกเอ็งฟังให้ดี พวกข้าตัดสินใจแปรรูปโรงงานเราให้เป็นเอกชน อีกไม่นานพวกเอ็งไม่ต้องมารับใช้พวกข้าแล้ว ไพร่พาณิชย์จะเข้ามาบริหารแทน

ไพร่รับใช้: พวกกระผมรับใช้พวกท่านมานานแต่รุ่นลูกหลาน ท่านจะเอาพวกกระผมไปลอยแพให้ไพร่พาณิชย์ได้ยังไงขอรับ ท่านเมตตาพวกกระผมบ้างขอรับ

อำมาตย์: พวกข้าไม่ได้ลอยแพพวกเอ็ง พวกเอ็งทำงานกะไพร่พาณิชย์แทนพวกข้า แค่เปลี่ยนนายเท่านั้นเอง

ไพร่รับใช้: กระผมไม่คิดแบบนั้นขอรับ ไพร่พาณิชย์จะไม่ยอมอุปถัมภ์พวกเรา พวกเราจะกลายเป็นคนงานของไพร่พาณิชย์เหมือนพวกไพร่อุปถัมภ์นอกเรือน

อำมาตย์: เอ็งอย่าสู่รู้ เอ็งจะไปเหมือนพวกไพร่นอกเรือนได้ยังไง พวกเอ็งมีสวัสดิการจากสหภาพ เงินเดือนพวกเอ็งก็มากกว่าไพร่อุปถัมภ์

ไพร่รับใช้: กระผมไม่เชื่อขอรับ อีกหน่อยไพร่พาณิชย์ก็ต้องตัดเงินเดือนตัดสวัสดิการพวกกระผม ไม่ต่างกับที่ไพร่พาณิชย์ทำกะไพร่อุปถัมภ์ในโรงงานอื่นๆ

อำมาตย์: แล้วเอ็งจะให้ข้าำทำยังไง คลังเราก็ขาดรายได้ เศรษฐกิจไม่ดีพวกข้าเก็บภาษีได้ไม่เยอะ จะขึ้นภาษีไอ้พวกไพร่อุปถัมภ์มันก็จะประท้วงกันอีก ข้าก็ว่าเห็นทีต้องขายกิจการเราให้ไพร่พาณิชย์เอาเงินเข้าคลัง

ไพร่รับใช้: กระผมจะช่วยท่านจัดการไพร่อุปถัมภ์เองขอรับ ท่านขึ้นภาษีกะพวกมันเถอะ ถ้ามันออกมาประท้วง กระผมจะพาพวกในสหภาพมาลุยกะพวกมันเองขอรับ

อำมาตย์: อืม ความคิดเอ็งนี่เข้าที งั้นเดี๋ยวข้าจะประกาศขึ้นภาษี พวกเอ็งก็ช่วยกำราบไพร่อุปถัมภ์แล้วกัน

ตอนที่ 36 – ธรรมาภิบาล

อำมาตย์ 1: ไพร่พาณิชย์มาพบข้าอาทิตย์ที่แล้ว รบเร้าให้เดินหน้าเรื่องเปิดสายการบินใหม่กะทีวีใหม่ แล้วก็แปรรูปไฟฟ้าประปาเข้าตลาดหุ้น ท่านคิดว่าไง

อำมาตย์ 2: ข้าว่ารอไปก่อนดีกว่า ตอนนี้จะขยับตัวทำอะไรไพร่อุปถัมภ์ก็ตามประท้วงไปหมดทุกเรื่อง

อำมาตย์ 1: ข้าก็พยายามหว่านล้อมแล้ว แต่ไพร่พาณิชย์เสียงแข็ง ถ้าเรารอไปรอมาไพร่พาณิชย์จะไม่พอใจจนลดทุนสนับสนุนเราน่ะสิ

อำมาตย์ 3: ข้าเห็นด้วย ข้าว่ายอมๆไพร่พาณิชย์ไปนั่นแหละ พวกเราก็เรียกค่าตอบแทนให้สมน้ำสมเนื้อซะ

อำมาตย์ 4: ใช่ ข้าไม่ขอมาก ข้าขอเป็นบอร์ดบริหารก็พอ ได้เบี้ยประชุมได้เบิกเงินสวัสดิการต่างๆข้าก็พอใจแล้ว

อำมาตย์ 2: ข้าขอเป็นที่ปรึกษาแล้วกัน ข้าขี้เกียจไปประชุมบ่อยๆ

อำมาตย์ 3: ท่านบอกไพร่พาณิชย์ให้ยกหุ้นให้ข้าด้วย จะให้หุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ามา

อำมาตย์ 1: ท่านอยากได้กี่เปอร์เซ็นต์ล่ะ

อำมาตย์ 3: ก็แล้วแต่ว่ามูลค่าหุ้นเท่าไร ให้ไพร่พาณิชย์มาคุยกะข้าเองก็ได้ วานท่านช่วยบอกไพร่พาณิชย์ให้รีบๆบริจาคเิงินเข้ามูลนิธิข้าก่อน ช่วงนี้สภาพคล่องไม่ค่อยดี

อำมาตย์ 1: เดือนที่แล้วท่านก็ได้เงินบริจาคมาตั้งเยอะ หมดแล้วหรือท่าน

อำมาตย์ 3: ข้ากำลังสร้างบ้านพักตากอากาศหลังใหม่น่ะ ไหนจะค่าตกแต่งภายในอีก ลูกข้าก็จะพาเพื่อนไปดูคอนเสิร์ตที่ยุโรปเร็วๆนี้ รายจ่ายทั้งนั้น

ตอนที่ 35 – คิดบัญชี

อำมาตย์: ท่านไพร่พาณิชย์ ขอบใจมากที่ช่วยเป็นธุระเรื่องงานบุญที่สวนกลางพระนคร

ไพร่พาณิชย์: ข้ายินดีรับใช้บ้านเมือง

อำมาตย์: ข้าขอให้ผลบุญนั้นทำให้ท่่านทำมาค้าขายรุ่งเรืองต่อไป

ไพร่พาณิชย์: งั้นเรามาคุยกันเรื่องสัมปทานกันเถอะ ท่านจะคุยเรื่องโครงการสายการบินใหม่หรือทีวีใหม่ก่อน หรือเรื่องเอาธุรกิจไฟฟ้าประปาเข้าตลาดหุ้นก่อนก็ได้

อำมาตย์: ข้าว่าเรื่องนั้นพักไว้ก่อนแล้วกัน

ไพร่พาณิชย์: อ้าว ไหนท่านว่าเสร็จงานนี้จะให้ข้าได้เดินหน้าโครงการพวกนี้ซะที

อำมาตย์: งานเรายังไม่เสร็จ อีกไม่นานไพร่อุปถัมภ์ก็จะชุมนุมใหญ่

ไพร่พาณิชย์: ข้าทำงานในส่วนของข้าเสร็จแล้ว ท่านอยากได้ไพร่รับใช้ข้าก็จัดให้ ท่านอยากได้เสบียงกรังข้าวปลาอาหารอะไรข้าก็จัดให้่ ไหนจะช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานของพวกท่านมาตลอด ข้าทำหน้าที่ข้าแล้ว ท่านก็ต้องทำตามที่สัญญาไว้สิ

อำมาตย์: แต่พวกเรายังปราบปรามไพร่อุปถัมภ์ไม่เสร็จ คงมีเรื่องต้องขอร้องท่านอีก

ไพร่พาณิชย์: เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น ธุรกิจข้าก็ต้องดำเนินต่อไป

อำมาตย์: ท่านต้องรอจังหวะก่อนสิ ทุกโครงการที่ท่านว่ามานั้นจะเป็นเหตุให้พวกไพร่ไม่พอใจ แล้วพวกมันจะยิ่งพากันมาชุมนุมอีก

ไพร่พาณิชย์: ข้ารอมา 4 ปีแล้วนะท่าน ฝรั่งที่อยากจะร่วมทุนจะหนีหายหมด แล้วใครจะช่วยซื้อหุ้นเวลาข้าเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้นล่ะท่าน

อำมาตย์: เอาล่ะ ข้าจะปรึกษาสภาอำมาตย์ดู

ตอนที่ 34 – เครื่องรางของขลัง

ไพร่อุปถัมภ์: วันนี้เอ็งจะไ่ปช่วยงานบุญที่สวนกลางพระนครอีกหรือ

ไพร่รับใช้: ข้าไม่ไปแล้วล่ะ   งานเลิกตั้งแต่เมื่อวานซืน    เอ็งถามทำไม

ไพร่อุปถัมภ์: ก็เห็นเอ็งยังใส่เสื้อประจำงานอยู่

ไพร่รับใช้: อ๋อ   ข้าใส่ให้เป็นมงคล    นายข้าบอกว่าท่านโหรเอกแนะนำมา     ใส่ไปอีก 3 เดือนจะเป็นศรีแก่ตน

ไพร่อุปถัมภ์: เอ็งเชื่อคำทำนายหรือ     ข้าว่าฟังดูงมงายพิกล

ไพร่รับใช้: ข้าก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งล่ะนะ     แต่ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นา    แค่ใส่เสื้อนี่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร     ข้าว่าทำตามที่ท่านโหรแนะนำดีกว่า

ไพร่อุปถัมภ์: ถ้ามันจริงอย่างที่ท่านโหรว่า    งั้นข้าก็อาภัพน่ะสิเพราะข้าไม่ีมีเสื้อแบบเอ็ง

ไพร่รับใช้: ข้าพาเอ็งไปซื้อที่สภาพาณิชย์ได้     หลังงานบุญที่สภาขายกันครึ่งราคาเหลือ 500

ไพร่อุปถัมภ์: ขอบใจ    ขอข้าคิดดูก่อนแล้วกัน

ไพร่รับใช้: อย่าคิดนานนะเอ็ง     เดี๋ยวเสื้อหมดไม่รู้ด้วย

ตอนที่ 33 – ไพร่ใจอำมาตย์

ไพร่รับใช้: เอ็งจะกลับไปทำบุญร้อยวันที่บ้านนอกเหรอ

ไพร่อุปถัมภ์: ข้ากะจะทำแถวๆพระนครนี่แหละ

ไพร่รับใช้: ตกลงพี่น้องไพร่โดนรถถังยิงตายกันไปกี่คน    เอ็งรู้ไหม

ไพร่อุปถัมภ์: ไม่รู้เหมือนกัน    ข้าก็รู้แต่ในหมู่เพื่อน   เก็บศพกลับมาได้ไม่กี่คน   ที่หายสาปสูญก็มี    ข้าจะทำบุญให้พวกนั้นด้วย

ไพร่รับใช้: ข้าเตือนเอ็งแล้วว่าอย่าไปเดินขบวนเรียกร้องอะไรเลย    บาดเจ็บล้มตายกันไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

ไพร่อุปถัมภ์: เอ็งพูดแบบนี้ได้เพราะเอ็งอยู่ในพระนคร    สบายกว่าพวกเราที่หัวเมือง

ไพร่รับใช้: พวกข้าก็ไม่ได้สบายอะไรนักหนา    อำมาตย์กะไพร่พาณิชย์ใ้ห้ทำอะไรข้า็ก็ต้องทำ     ไม่ใช่แค่งานในบ้่าน     ต้องช่วยธุรกิจส่วนตัวของอำมาตย์ด้วย

ไพร่อุปถัมภ์: แต่พวกเอ็งก็มีรายได้พิเศษจากธุรกิจอำมาตย์     แถมลูกเอ็งยังเข้าโรงเรียนดีๆที่พระนคร     การไฟฟ้า   การประปา    สาธารณูปโภคในพระนครก็ดีกว่าบ้านนอกนัก     ยังไงพวกเอ็งก็สบายกว่าพวกข้า

ไพร่รับใช้: เอ็งก็ต้องยอมรับสิว่าพวกข้าทำงานมากกว่าพวกเอ็ง    ไพร่พระนครอย่างพวกข้าจ่ายภาษีบำรุงประเทศมากกว่าไพร่ภูธรนะ

ไพร่อุปถัมภ์: เอ็งอย่ามาโม้    พวกข้าต่างหากที่จ่ายภาษีบำรุงประเทศมากกว่า    ภาษีมูลค่าเพิ่มที่พวกข้าจ่ายน่ะมูลค่ามหาศาล     ภาษีสรรพสามิตก็ด้วย     ภาษีเงินได้พวกเอ็งน่ะเทียบไม่ได้หรอก

ไพร่รับใช้: ก็ถูกของเอ็ง    แต่อำมาตย์ก็พยายามพัฒนาบ้านเมือง     มีโครงการพัฒนาชนบทตั้งมากมาย

ไพร่อุปถัมภ์: โครงการพวกนั้นได้ผลไหมล่ะ    ถ้าพวกข้าอยู่ดีกินดีจะมาเสี่ยงตายชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรมหรือ

ไพร่รับใช้: เอ็งจะเอาอะไรมาก    ยังไงบ้านเราก็ยังดีกว่าเขมรกะพม่า     เอ็งดูสิ   แรงงานพม่ามาทำงานบ้านเราเยอะแยะ    แสดงว่า้บ้านเราต้องดีกว่าพม่า

ไพร่อุปถัมภ์: ดีกว่าพม่าแต่คนจำนวนมากอดอยากไร้ที่ทำกิน    หลายคนเคยมีที่ดินก็โดนเวนคืนบ้างโดนเจ้าหนี้ฮุบบ้าง     เอ็งภูมิใจนักหรือที่ประเทศเราดีกว่าพม่า    เอ็งคิดว่านานาประเทศเขายกย่องประเทศเรานักหรือ

ไพร่รับใช้: เอ็งจะไปสนใจอะไรกะขี้ปากฝรั่ง      เราเป็นคนไทยต้องภูมิใจในความเป็นไทย

ไพร่อุปถัมภ์: เอ็งไม่สนขี้ปากฝรั่งจริงหรือ      ธุรกิจนายเอ็งก็ร่วมทุนกะฝรั่งไม่ก็หากินกะฝรั่ง    นายเอ็งมีธุรกิจอะไรที่ไม่ต้องอาศัยฝรั่ง